TANGUY DARK SIDE
[PART 15.5]
...ตึก ตัก
ลมหายใจฉันเริ่มไม่เป็นจังหวะเมื่อคนตรงหน้าเริ่มรุกไล้ปลายลิ้นเข้ามาอย่างจาบจ้วงจนฉันเผลอกำมือตัวเองแน่นและหลับตาปี๋ สัมผัสมือหนาค่อยๆเลื่อนขึ้นมาตามแนวลำคอทำให้ฉันเริ่มอยู่ไม่นิ่ง เมื่อเขาค่อยๆผละริมฝีปากออกไปก่อนจะละเลียดปลายจมูกไปตามกรอบหน้าพลางขบเม้มที่ใบหูเบาๆทำเอาฉันสะดุ้งเฮือกและความร้อนพลุ่งพล่านปั่นป่วนตีรวนไปทั่วร่าง
ทำแบบนี้อีกแล้ว... แกล้งกันชัดๆเลย!
“กายไม่เอานะ”
แทนกายถอนริมฝีปากออกก่อนจะมองหน้าฉันที่ลืมตาขึ้นมาพอดี นัยน์ตาของเขาฉายแววอ้อนวอนทำให้ฉันเริ่มจะใจอ่อนขึ้นมานิดหน่อย...
ก็แค่นิดหน่อยอะนะ
“ไม่รู้ กายไม่ได้ยิน” อีตาบ้านั่นตีหน้าซึนไม่รู้เรื่องก่อนจะล้วงมือหยาบร้อนเข้ามากอบกุมเนื้อนุ่มทำเอาฉันหายใจสะดุดเพราะนอกจากเขาจะถือวิสาสะทำแบบนั้นแล้วยังริอ่านกรีดปลายเล็บลงกับผิวกายลากไล้มันลงมาพร้อมๆกับบราเซียของฉันไง!
“กาย อื้อ!!!” ฉันแผดเสียงต่อต้านแต่ทว่านั่นเป็นการเปิดโอกาสให้เขายัดเยียดปลายลิ้นเข้ามากลืนกินสติของฉันอีกครั้ง ดึงสติสตังของฉันให้กระจัดกระจายไปทีละส่วน ความรู้สึกร้อนผ่าวถ่ายทอดผ่านลมหายใจหอบถี่ของคนตรงหน้าที่กำลังบ่งบอกว่าอารมณ์ของเขารุนแรงขนาดไหน
อารมณ์ที่ไม่เป็นผลดีกับฉันน่ะ!
เขายังคงบดขยี้ริมฝีปากพร้อมทั้งดูดดึงลมหายใจฉันจนดังฮวบ แรงเสียดสีระหว่างริมฝีปากสีชมพูระเรื่อของเราสองคนทำให้อุณหภูมิร่างกายพวยพุ่งขึ้นไปอีกหนึ่งระดับ ที่แย่กว่าคือการที่แทนกายแกะบราเซียฉันสำเร็จและเขากำลังใช้ฝ่ามือหนาๆ นั่นเค้นคลึงราวกับเป็นเจ้าของทำให้สติฉันเริ่มกลับคืนมา!
น่าเกลียดที่สุด... อย่าทำแบบนั้น ฉันไม่เอานะ!
ฉันพยายามดึงดันและผลักแผงอกของคนตรงหน้าออก ผิดคาดที่เขากลับยอมออกง่ายๆ แต่ทว่าอีตานั่นกลับตีหน้านอยด์แล้วยกร่างตัวเองขึ้นสูงจากฉันนิดหน่อย ฉันรู้สึกได้ถึงลมหายใจของแทนกายมันร้อนมาก...
ร้อนจนน่ากลัวว่ามันจะไหม้ฉันไปด้วย
“ทำไม คนอื่นทำกับเก้าได้ แต่กายทำไม่ได้เหรอ L”
“กายหมายถึงใคร?” ฉันเบะปากไม่พอใจที่แทนกายพูดอย่างนั้นก่อนจะจิ้มหน้าอกเขาสองที “เก้าโกรธแล้วนะ กายมองเก้าเป็นคนยังไง?”
“...”
“...”
พวกเราเงียบก่อนจะใช้นัยน์ตาสีน้ำตาลสบกันอยู่ครู่นึง แทนกายถอนหายใจยาวก่อนจะหัวเราะเล็กๆแล้วใช้มือหนาสางผมฉันเล่นเพื่อคลายอารมณ์คุกรุ่น
“คนที่น่ารักที่สุดในโลกไง ^^”
“ไม่ต้องมาเนียนเลยนะ!” ฉันตีมือหมอนั่นดังเพี๊ยะทำให้เขาเบ้หน้าเจ็บแล้วไล้ปลายจมูกที่พวงแก้ม สอดเรียวแขนเข้าทางด้านหลังและดันตัวฉันให้เข้าหาตัวเอง ฉันกลืนน้ำลายก่อนจะพยายามเอื้อมมือไปหยิบบราเซียที่อีตาบ้านั่นถอดออกใกล้ๆ แต่ทว่า..
หมับ!
ฟิ้ว!
ตุบ!
อีตานั่นหยิบแล้วโยนทิ้งไปซะงั้น!
“กาย! ทำอะไรเนี่ย น่าเกลียด!”
“อุ๊บส์ มือมันไปเอง” แทนกายลอยหน้าลอยตาแล้วปิดปากประหนึ่งว่าตัวเองไม่ผิดทำให้ฉันปรี๊ดสุดๆ ใครจะเชื่อเนี่ย นายจงใจโยนชัดๆ เลย บ้าเอ๊ย!
หมับ!
ที่ทุเรศกว่านั้นคือการที่แทนกายฉกมือหนาเข้ามาที่กลางอกทำให้ฉันสะดุ้งโหยงพร้อมกับกรีดร้องอย่างตกใจ
“กรี๊ด! กะ กาย อย่ามาทะลึ่งนะ”
“มือมันไปเองง่ะ”
อะ อีตาบ้า อย่ามาโม้มโนเพ้อเจ้อนักจะได้มั้ย นายตั้งใจย่ะ!
ฉันดึงแขนเขาออกแต่หมอนั่นแข็งแรงกว่าที่คิดยิ่งฉันปัดป่ายมือเขามากเท่าไหร่เขาก็ยิ่งดึงดันและขยี้ขยำมันแรงขึ้นจนฉันเจ็บตึงไปหมด
“เจ็บนะ!”
“เหรอ... มากปะ?” แทนกายยกยิ้มด้วยใบหน้าเจ้าเล่ห์พลางโน้มใบหน้าเข้าหาจนลมหายใจปะทะกับผิวแก้มอีกครั้ง ทั้งยังความรู้สึกแปลกประหลาดเมื่อนิ้วเรียวยาวของเขาลากไล้อยู่ที่ใต้เนินอกก่อนจะทำเรื่องบ้าๆ อย่างเช่นเลิกเสื้อฉันขึ้นมาและมุดหน้าตัวเองเข้าไป!
กะ กรี๊ด! หมอนี่ทำบ้าอะไรเนี่ย!
“กายบ้าไปแล้วเหรอ ออกมานะ!” ฉันโวยวายและดีดดื้นเมื่อรู้สึกได้ถึงเรียวปากที่พรมจุมพิตใต้ผืนผ้ามันค่อยๆ ถ่ายทอดความอุ่นร้อนลงมา ผ่านผิวหนัง...
เข้ามายังหัวใจ.... เป็นผลให้เส้นเลือดบีบรัดแปรปรวนไม่ต่างอะไรกับเส้นประสาทที่ทำงานดีเกินไปจนร่างกายฉันเผลอตอบรับกับสัมผัสหวาบหวามนั่นเมื่อมันขึ้นมายังหน้าอก
ตึก ตัก ตึก ตัก
บ้าไปแล้ว แทนกายน่าเกลียดที่สุดเลย เขาทำแบบนี้กับฉันได้ไง!
“อะไรเอ่ย นุ่มนิ่มทิ่มหน้ากาย”
หมอนี่นี่มันน่าฆ่าที่สุดในโลกเลย!
ไม่ใช่แค่พูดหยอก เขายังถูไถใบหน้านิดหน่อยราวกับว่ากำลังเล่นสนุกกับหน้าอกฉันยังไงยังงั้น ฉันพยายามกระถดตัวและดันใบหน้าของเขาออกแต่ก็อย่างที่รู้ว่าเขาแรงเยอะเป็นบ้า ขณะที่ฉันกำลังจะอ้าปากด่าเขาอีกครั้งก็สัมผัสได้ถึงแรงขบเม้มที่กลางอกจนฉันสะดุ้งโหยง ปลายลิ้นร้อนชื้นไต่แตะไล้วนมันอยู่แบบนั้นจนฉันเกร็งไปทั้งร่าง ไม่กล้าที่จะอ้าปากพูดด้วยซ้ำ...
แทนกาย นายกำลังทำให้ฉันเป็นบ้านะ!
“อยู่นิ่งๆ สิ” เขาพูดปนหอบให้ลมหายใจร้อนๆ ปะทะกับผิวกายของฉัน พลางถูไถใบหน้าประทับตราตำแหน่งตรวจสอบในทุกๆ จุดที่เขาสามารถจะทำได้ ค่อยๆ ทลายกำแพงแห่งความกลัวของฉันลงด้วยการทำมันอย่างอ่อนโยน นุ่มนวลจนฉันถอนตัวออกมาไม่ได้...
“หยะ หยุดนะ” ฉันจิกเล็บเข้ากับเตียงแรงๆแล้วรวบรวมสติดันแทนกายออก ฉันไม่รู้ว่าเขากำลังทำหน้ายังไงอยู่แต่ทุกครั้งที่เขาทำแบบนั้นก็ทำให้ฉันอ่อนยวบ
แทนกายยังคงฝังริมฝีปากลงกับหน้าท้องของฉันและลากต่ำลงมาจนหัวของเขาพ้นชายเสื้อก่อนจะ...
“ไม่รู้ไม่ได้ยิน”
อีตาบ้านี่!
“เก้าจะโกรธกายแล้วนะ ถ้ายังไม่เลิก อ๊ะ” ฉันสะดุ้งเมื่อเขาจงใจจูบแรงๆ ในจุดต้องห้ามจนฉันแทบจะนิ่งไม่ไหว ไม่จริง นี่มันกำลังจะจบแบบที่...
ไม่เอานะ แบบนั้น ฉันไม่ไหวหรอก!
“โกรธเลย เดี๋ยวกายง้อทีหลังนะ”
น่ะ นายนี่มัน!
“ม่ะ ไม่เอานะ เก้ากลัว” ฉันพูดเสียงอ่อนแล้วเบือนหน้าไปทางอื่นเมื่อรู้สึกว่าแทนกายยังคงลากไล้ปลายลิ้นบริเวณนั้นผ่านผืนผ้าบางๆ มันน่าเกลียดจนฉันไม่กล้าที่จะมองเขา ปลายลิ้นร้อนชื้นมันไต่แตะถูไถกลั่นแกล้งให้ตัวฉันร้อนผ่าวไปทั่วร่าง ฉันพยายามดันหัวเขาออก แต่แทนกายไม่ขยับเลยสักนิดแถมยังรุนแรงกว่าเดิมอีกด้วย!
แรงขยับของลิ้นหยาบนั่นละลาบละล้วงเข้ามาอย่างเอาแต่ใจจนฉันแทบคลั่ง เรี่ยวแรงที่มีถูกสูบหายไปในทุกครั้งที่เขาไต่แตะตวัดปลายลิ้นนั่นไปมาทีละนิด...
“พอ พอแล้ว”
ฉันไม่ไหวแล้วนะ... ไม่ไหวแล้ว
ตึก ตัก ตึก ตัก
เสียงหัวใจฉันเต้นแรงขึ้นพร้อมกับลมหายใจหอบร้อนที่ดังก้องในรูหู ฉันไม่รู้ว่าแทนกายกำลังทำบ้าอะไรอยู่ เขาทำแบบนี้เพื่ออะไร... เขาทำไปทำไม ฉันไม่สามารถเข้าใจอะไรได้เลยจนกระทั่งแทนกายค่อยๆ ดึงผ้าบางที่กีดกันเราออกจากกันด้วยเรียวปาก เขากัดมันก่อนจะดึงรั้งลงไปไว้ที่หัวเข่าทำเอาหัวใจฉันกระตุกวูบ
ทำไงดี ฉันควรจะทำไงดี...
ฉันนอนนิ่งเกร็งไปทั้งร่างไม่กล้าขยับตัวเพราะกลัวว่าคนตรงหน้าจะทำอะไรคาดไม่ถึงอีก แอร์เย็นฉ่ำนั่นไม่สามารถทำให้ฉันคลายความร้อนรนที่อึงอลในหัวนี่ได้เลยสักนิด ทุกการกระทำ ทุกสัมผัสของเขากำลังถ่ายทอดลงมาไม่ว่าจะมือซุกซนที่ปะป่ายไปทั่วร่างกับริมฝีปากที่ไล่พรมจุมพิตจากล่างขึ้นบน จากบนลงล่างซ้ำๆ อยู่แบบนั้น ราวกับกำลังตีตราแสดงความเป็นเจ้าของตัวฉันในทุกตารางพื้นที่ยังไงยังงั้น
“เก้าอย่าเกร็งสิ เดี๋ยวเจ็บเอานะ” คนตรงหน้าสวมทับฉันจากด้านบนก่อนจะดึงรั้งเรียวขาไปพาดไว้ที่บ่าอย่างไม่ขออนุญาต ฉันเบือนหน้าหนีแล้วปิดตาเพราะว่าไม่กล้ามองเขา ฉันกลัว กลัวทุกอย่างในโลก กลัวที่จะรับรู้ว่าแทนกายกำลังจะทำอะไร นัยน์ตาสีน้ำตาลแสนเจ้าเล่ห์นั่นกำลังล่อลวงฉันให้ตกจากนรกก่อนจะดึงขึ้นสวรรค์ พลิกผันไปมาอยู่แบบนั้นหลายครั้งจนฉันสับสนไปหมด
“อะไรเนี่ย เขินเหรอ?” เสียงทีเล่นทีจริงของเขาทำเอาใบหน้าฉันเห่อร้อนขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ ทั้งเสียงหัวใจที่เต้นดังตึกตักปะปนกันจนฉันหัวหมุนเคว้งและว่างเปล่า เขาลากไล้ปลายจมูกลงมาที่กรอบหน้าก่อนจะกระซิบเสียงแหบต่ำแสนทะเล้นที่ใบหู
“เค้าบอกว่าถ้านวดหน้าอกบ่อยๆ มันจะใหญ่ขึ้นนะ” แทนกายพูดพลางคว้าหมับทันทีที่พูดจบทำเอาฉันเบิกตาโพลง เขาขยำมันสองสามทีจนปริตามร่องนิ้วและหัวเราะเหมือนสนุกที่ได้ทำแบบนั้นแถมยัง...
“เดี๋ยวกายนวดให้เอาปะ?”
บ้าที่สุดเลย ทำไมเขาเป็นคนแบบนี้นะ!
“บ้า!” ฉันสะบัดหน้าหนีแล้วพยายามแกะมือของเขาออกแต่เรี่ยวแรงกลับหดหายเมื่อผู้ชายจอมเจ้าเล่ห์นั่นหยอกเหย้าฉันด้วยการบีบมันแรงขึ้นแถมยังกดนิ้วโป้งลงที่กลางอกเสียดสีมันไปมาจนฉันต้องกลั้นลมหายใจเพราะมันทำให้หน้าท้องฉันวูบวาบเป็นระลอกคลื่น
“จงเป็นคัพซีๆๆๆ”
หยุด... หยุดสักที ฉันจะบ้าแล้วนะ!
“ทำไมเก้าทำหน้าแบบนั้นคะ?” แทนกายหัวเราะเมื่อฉันเม้มริมฝีปากแน่นกลั้นเสียงประหลาดๆ ไม่ให้มันออกมา ความรู้สึกร้อนวาบถาโถมรุนแรงจนฉันต้องจิกเล็บลงกับผ้าปูเตียงเพื่อหยุดมัน
“ทำไมกายเป็นคนแบบนี้นะ!” ฉันพูดด้วยเสียงขาดๆ หายๆ
“แบบไหนอ่ะ?” แทนกายหัวเราะแล้วซุกไซร้ใบหน้าที่ลำคอเรียวระหงและจูบมันเบาๆ แต่ทำเอาเลือดลมฉันวิ่งพล่านไปทั่วร่าง เขากำลังกลั่นแกล้งล่อลวงให้ฉันหลงกล...
เขากำลังทำแบบนั้น...
“แบบที่เก้าชอบปะ?”
ฉันเกลียดแทนกายที่สุดเลย!
“ไม่ตอบ เขินอ่ะเด้” แทนกายร้องแซวทำให้ฉันเบ้หน้าแล้วตีไหล่อีตานั่นไปหนึ่งที!
“ขี้แซวจริงนะ”
“แล้วชอบปะ?”
พูดแบบนี้อีกแล้ว!
แทนกายยกยิ้มหวานก่อนจะรับคำตอบของฉันผ่านการกระทำ น้ำเสียงเรียบเย็นของเขาถูกกลืนหายเข้าไปในลำคอเมื่อฉันประทับริมฝีปากเบาๆ และถอนมันออกภายในไม่กี่วินาที
“ตอบแล้วนะ” ฉันเบือนหน้าหนีทำให้หมอนั่นหัวเราะพอใจกับสิ่งที่ฉันทำ
“เมื่อกี้กายก็ชอบนะ”
“...”
“แต่มันยังไม่พออ่ะ” แทนกายว่าพลางเลิกเสื้อฉันขึ้นอีกครั้ง และนั่นเป็นการบอกใบ้ทางอ้อมที่ตรงเผงมากที่สุดเท่าที่ฉันเคยเห็นมาเลย ก่อนฉันจะทันโวยวายหรือขัดขืนแทนกายก็หยุดทุกกิริยาวาจาฉันด้วยเสียงกระซิบแหบต่ำที่มีอิทธิพลเหนือร่างกายฉันในตอนนี้...
“ขอมากกว่านี้เหอะ”
“กาย เก้าบอกไม่ อ๊ะ อะ” ลมหายใจฉันขาดห้วงและรู้สึกเหมือนถูกกระชากตกลงจากสวรรค์ ความรู้สึกเคว้งคว้างอึงอลวนเวียนอยู่ในหัวสีขาวโพลนเมื่อคนตรงหน้าทำเรื่องบ้าๆกับฉันอยู่ ฉันไม่รู้ว่าแทนกายปลดซิปตัวเองลงตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ตอนนี้เขากำลังดึงดันและบดเบียดเรือนกายตัวเองเข้ามาทีละนิดจนฉันต้องพยายามกระถดหนีและรู้สึก…
เจ็บ... เจ็บนะ!
มันรุนแรงเกินไปสำหรับฉัน ฉันพยายามหนี ในขณะที่แทนกายพยายามเข้าหาด้วยการล็อกร่างของฉันพร้อมกับการรั้งสะโพกนั่นไม่ให้ฉันหนี
“ไม่เอา เก้าเจ็บนะ” ฉันโวยวายจนแทนกายเบ้หน้านอยด์และเพราะแบบนั้นฉันจึงเงียบเมื่อเห็นคราบน้ำตาที่ยังไม่แห้งเป็นรอยยาวบนผิวแก้มของเขา นัยน์ตาสีน้ำตาลนั่นมองลงมาตาปริบๆ ราวกับกำลังขอร้องกึ่งอ้อนวอน
เจ้าเล่ห์ที่สุดเลย...!
“ขนาดนี้แล้วก็ยอมกายเหอะนะ” แทนกายพูดพลางกะพริบตาปริบๆ อีกรอบก่อนจะเบะปากกระเง้ากระงอดใส่ฉัน เสียดสีมันไปมานิดหน่อยค่อยๆ ทำให้ฉันใจอ่อนด้วยวาทะโน้มน้าวที่เขาชอบทำเป็นประจำ
“เก้ารังเกียจกายขนาดนั้นเลยเหรอ...”
แหมะ
บะ บีบน้ำตาชัดๆ เลย ฉันรู้นะ งี่เง่า!
“เสียใจนะ L”
“อย่ามาเนียนนะ!”
“พูดจริงๆ”
“...”
“กายเสียใจจริงๆ” แทนกายถอนหายใจยาวก่อนจะดันร่างฉันเข้าหาและแทรกซึมตัวเองผ่านร่างกายฉันทีละนิดจนฉันกรีดร้องอย่างตกใจเพราะความเจ็บปวดบริเวณนั้นมันกำลังถาโถมเข้าใส่ฉัน หมอนั่นชะงักก่อนจะมองตาฉันปริบๆ ลมหายใจหอบถี่ของเขาดังข้างหู มันบ่งบอกว่าแทนกายอารมณ์ร้อนมากขนาดไหน...
“เจ็บ... เก้าเจ็บนะ” ฉันพูดเสียงอ่อนอย่างหมดแรง แต่แทนกายก็ยังดึงดันเรือนกายเข้าหา ก่อนจะโน้มตัวลงมาแนบชิดจนสาปเสื้อของเราเสียดสีกันเกิดปฏิกิริยาแปลบปลาบราวกับไฟฟ้าช็อต ฝ่ามือใหญ่ค่อยๆ ลากไล้มาตามลำแขนและสอดประสานเข้ากับปลายนิ้วมือของฉัน
มันเป็นเวลาไม่นานที่นัยน์ตาสีน้ำตาลของเราทั้งคู่สบกัน ฉันพยายามเบือนหน้าหนีในขณะที่แทนกายล็อกใบหน้าของฉันไว้ให้มองไปที่เขา...
ตึก ตัก ตึก ตัก
อันตราย... เขากำลังใช้ใบหน้าหวานๆ และสายตานั่นสะกดให้ฉันตกอยู่ใต้อาณัติของตัวเอง ควบคุมฉันด้วยการสอดแทรกปลายลิ้นร้อนชื้นเข้ามากลืนกินสติฉันจากภายใน ตวัดไต่แตะไปตามไรฟันและกระพุ้งแก้มอย่างหยอกเหย้า เขาไม่รอให้ฉันปฏิเสธ แต่กลับบีบบังคับฉันให้ตอบรับอย่างช้าๆ เนิบนาบ และนุ่มนวลเหมือนกำลังลอยละล่องบนเมฆสีขาวนุ่มนิ่มและเย็นสบาย
เขาทำทุกเรื่องให้กลายเป็นเรื่องง่าย ขยับร่างกายตัวเองทีละนิด สอดแทรกตัวตนทีละหน่อย ค่อยๆ ให้ฉันปรับตัวและตามทันเขาอย่างรู้งาน บางทีที่แทนกายไม่ถอดเสื้อผ้าของฉันออกอาจจะเพราะกลัวว่าฉันจะอายก็ได้... แทนกายเป็นคนแบบนั้น
เขาแคร์ความรู้สึกของฉันเป็นคนแรก ในขณะที่ฉันแคร์เขาเป็นคนสุดท้าย ดึงรั้งเขาไว้แต่ตัวเองกลับไม่ยอมปล่อยเรื่องที่ควรปล่อยไป...
ฉันมองเขาด้วยนัยน์ตาสะลึมสะลือเพราะหยาดเหงื่อเริ่มเกาะพร่างพราวเต็มใบหน้า ในห้องอากาศเย็นแต่ตัวฉันกลับร้อนวูบวาบและรู้สึกเหมือนหายใจไม่ออกตลอดเวลาที่คนตรงหน้าขยับเรือนร่างเร็วขึ้นและเร็วขึ้น....
มันเร็วขึ้นอีกแล้ว...
“อ๊ะ อา” ฉันจับแขนของเขาไว้ก่อนจะเผลอครูดปลายเล็บลงเมื่อลมหายใจถี่ร้อนขยับเข้ามาอย่างกระชั้นชิดจนกระทั่งริมฝีปากฉันถูกปิดสนิทด้วยริมฝีปากของเขา
แหมะ
เสียงหยาดเหงื่อของเขาหล่นแหมะลงที่ลำคอเรียวระหงและมันยังคงดังขึ้นทุกครั้งที่แทนกายขยับใบหน้าและสอดมือเข้าไปในเรือนผมเพื่อเปลี่ยนทิศทาง เขาเริ่มรุกไล้หนักขึ้นจนฉันแทบไม่มีจังหวะหายใจ ไม่มีแม้แต่สติที่จะรับรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น...
ฉันอาจจะกำลังฝันอยู่ก็ได้มั้ง...
“อื้อ” ฉันครางรับเมื่อแทนกายบดเบียดเข้ามาอีกครั้งดึงรั้งสติที่มีอยู่น้อยนิดของฉันให้กลายเป็นเพียงฝุ่นผงกระจายไปตามอากาศ ร่างของแทนกายเต็มไปด้วยเหงื่อ ตัวเขาร้อนมาก ร้อนเหมือนไฟ แต่ถ้าเขาเป็นไฟฉันก็คงเป็นลมที่ถาโถมเข้าใส่ให้ไฟลุกโหมกระพือมากขึ้น เพราะในทุกครั้งที่แทนกายเร่งจังหวะถี่กระชั้น ร่างกายฉันก็ถูกเหวี่ยงสูงให้ตอบรับสัมผัสร้อนพร้อมกับเสียงครางน่าอายที่ฉันไม่ได้ตั้งใจให้มันเกิดขึ้น
บ้าจริง ฉันทำแบบนั้นได้ไง...
“อ๊ะ!” ฉันสะดุ้งโหยงเมื่อจู่ๆ แทนกายก็พลิกตัวฉันไปอยู่ด้านบนก่อนที่เขาจะเอนตัวราบลงกับพื้น และเพราะแบบนั้นทำให้ร่างฉันปะทะกับแอร์เย็นฉ่ำจนไรขนอ่อนลุกชันไปทั่วร่าง สายตาละลาบละล้วงจากคนด้านล่างทำให้ฉันกลืนน้ำลายอึก
อะ... อะไรอีกล่ะ!
ฉันเบือนหน้าหนีก่อนที่จะโน้มตัวลงแนบชิดกับคนด้านล่างเพราะว่าอาย... ฉันทำอะไรไม่ถูก ทำได้แค่ซุกใบหน้าลงกับแผ่นอกของเขาก่อนจะแทบกรีดร้องเมื่อเขาพ่นประโยคนั้นออกมา...
“เก้าอยู่ข้างบนบ้างนะคะ”
“มะ ไม่เอา!”
“ผลัดกันหน่อยนะ” แทนกายว่าพลางใช้ฝ่ามือหยาบจับที่สะโพกของฉันและกระแทกกระทั้นขึ้นมาจากด้านล่างทำเอาฉันแทบกรีดร้องด้วยความตกใจ ก่อนจะใช้เล็บจิกลงกับบ่ากว้างของคนด้านล่างเพื่อระบายอารมณ์บ้าๆ นี่ออกไป
แทนกายเอาแต่ใจที่สุด... คนบ้าเอ๊ย!
“เก้าอายนะ!”
“กายไม่เห็นอายเลย” แทนกายโต้ตอบด้วยใบหน้านิ่งระคนเจ้าเล่ห์ทำให้ฉันเบ้หน้าเคืองๆ ก็นั่นมันแทนกายนี่ ไม่ใช่ฉันสักหน่อย! ฉันเป็นผู้หญิงนะ บ้าๆๆๆ
“ไม่ อ๊ะ อะ” เสียงฉันขาดหายเมื่อแทนกายขยับร่างฉันขึ้นลงเป็นจังหวะและรับรู้ได้ว่าตัวตนของเขากลืนกินฉันเข้ามามากขนาดไหน หยาดเหงื่อเริ่มเกาะกุมตามร่างกายฉันเมื่อมันขยับถี่กระชั้นและรุนแรงจนฉันแทบกลั้นหายใจ
ฉันกำลังจะตายอยู่แล้ว... มันเจ็บ มันแปลก...
ฉันอธิบายไม่ถูกแต่ทว่าตอนนี้ฉันกลับหยุดตัวเองให้ตอบรับสัมผัสร้อนนั่นไม่ได้สักครั้ง ร่างกายฉันถูกเหวี่ยงขึ้นลงตามแต่แทนกายจะต้องการ ฉันพยายามซุกซ่อนสัญชาตญาณของตัวเองให้อยู่ในหลืบลึกไม่ให้ใครหาเจอ แต่เขาก็ดึงรั้งกระชากมันออกมาจนได้ เสียงร้องครางดังปะปนกับเสียงหอบหายใจแรงๆ ของแทนกายนั่นทำให้ฉันอาย... แต่มันหยุดไม่ได้นี่ ทำไงดี ฉันจะเป็นบ้าอยู่แล้วนะ!
“อ๊ะ อะ...” จู่ๆ ร่างกายของฉันก็เกร็งเครียดตั้งแต่หน้าท้องยันปลายเท้าชาวาบและบีบรัดให้เส้นประสาทฉันตีรวนทำงานแปรปรวนจนลมหายใจขาดห้วง ฉันเหมือนกำลังตกอยู่ในภวังค์สีขาวโพลนที่มองไปทางไหนก็ไม่มีใครและไม่มีอะไรอยู่ในนั้น
ไม่มีอะไรเลย...
เสียงลมหายใจหอบถี่และแรงกระชากกระชั้นเหวี่ยงฉันไปมานั่นดึงสติฉันขาดกระจุย ความรู้สึกอุ่นร้อนปะปนความคับแน่นกำลังคืบคลานเข้ามาพร้อมๆกับอาการสั่นและเกร็งค้างอยู่นาน นัยน์ตาของฉันเริ่มพร่ามัวและแสบพร่าเพราะหยาดเหงื่อ ฉันไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไรได้แต่จิกปลายเล็บครูดไปมากับแผงอกของคนตรงหน้าจนเป็นรอยข่วนเต็มไปหมด
เงียบ... ทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบสักพัก มีเพียงเสียงตึกตักจากหัวใจแทนกาย มันเต้นแรงมาก มากพอๆ กับฉัน พวกเรานอนนิ่งอยู่อย่างนั้นเหมือนกับว่าหมดสภาพกันทั้งคู่ กายดึงฉันเข้าไปกอดมอบไออุ่นร้อนๆ จากเรียวแขนปลอบประโลมฉันที่ยังคงตัวสั่นระริก
“นั่นไง จนได้เลย...” เขาพูดขึ้นท่ามกลางความสับสนของฉันก่อนจะจุมพิตที่หน้าผากอย่างทะนุถนอม แทนกายไม่เคยรุนแรงกับฉันแม้กระทั่งเวลาที่เขาโกรธและเวลาที่... ทำแบบนั้น
บ้าที่สุดเลย! นี่มันเกิดขึ้นแล้วจริงๆ ฉันสัมผัสได้ ฉันยังรู้สึกแสบร้อนบริเวณแรงเสียดสีนั่น มันยังเจ็บ ทุกสัมผัสและการกระทำของเขาราวกับถูกบันทึกไว้ในหัวสมองของฉันกรอซ้ำไปมาอยู่อย่างนั้นก่อนจะถูกดึงกลับมาสู่โลกความเป็นจริงเมื่อริมฝีปากบางทาบทับลงอีกสองสามทีที่หน้าผาก ฉันเคลิบเคลิ้มกับสัมผัสนั้นก่อนจะชะงักเมื่อแทนกายพูดเรื่องบ้าๆ ออกมา
“นี่ครั้งแรกของเก้าใช่มั้ยเนี่ย?”
พูดแบบนี้หมายความว่าไง!
“ทำไม?” ฉันกระชากเสียงแล้วดันใบหน้าเขาออกอย่างหงุดหงิด เขาพูดแบบนี้แล้วเหมือนดูถูกฉันทางอ้อมยังไงไม่รู้ ทั้งที่เมื่อกี้หมอนี่พึ่งทำเรื่องแย่ๆ กับฉันไปแท้ๆ!
“ก็เลือดมันเปื้อนเตียงกายอ่ะ สงสัยต้องไปซัก”
“!!”
อ่ะ อีตาบ้านี่! ฉันอ้าปากพะงาบๆ เมื่อเขาพูดตรงมากเกินไป นัยน์ตาของแทนกายจับจ้องไปที่ผ้าปูเตียงบริเวณที่เรา...
บะ บ้าที่สุดเลย ฉันอายนะ! งี่เง่า!
“ใครจะไปช่ำชองเหมือนกายล่ะ อื้อ” ฉันเงียบลงเมื่อคนตรงหน้าก้มลงจุมพิตฉันสองสามทีและขบเม้มริมฝีปากอย่างแกล้งๆ เพื่อหยุดไม่ให้ฉันพูด เขาผละออกในนาทีถัดมาก่อนจะกระซิบเสียงแหบต่ำชิดใบหู
“นี่เห็นกายเป็นคนไงเนี่ย...” เขาตัดพ้อนิดหน่อยพลางขบใบหูไต่แตะมาตามกรอบหน้าและหยุดที่ตรงปลายคาง นัยน์ตาสีน้ำตาลเหลือบมามองฉันอยู่ครู่นึง
“ไม่แฟร์เลย กายเป็นคนแรกของเก้า แต่เก้าไม่ใช่คนแรกของกายนี่!” ฉันเบะปากไม่พอใจ แล้วดันเขาออกอีกครั้ง ทั้งยังแอบหงุดหงิดกับการกระทำเมื่อกี้ ฉันยังรู้สึกว่ามันคือความฝันอยู่เลยด้วยซ้ำ แทนกายหัวเราะร่วนแล้วเขาก็ทำให้ฉันหัวใจเต้นแรงเพราะ...
“งั้นให้เป็นคนสุดท้าย... เก้าว่าแฟร์มั้ย?”
“...”
“บอกแม่คิดค่าสินสอดมาเลย”
ดูพูดเข้า!
“น่าเกลียด! ฉวยโอกาส! รับผิดชอบเก้าเลยนะ!” ฉันโวยวายในขณะที่แทนกายไม่สะทกสะท้านก่อนจะจับจ้องมาที่หน้าอกของฉันและคว้าหมับเข้าที่มันอีกครั้ง!
“จะให้รับผิดชอบกี่ครั้งอ่ะ?”
“ทะ ทะลึ่ง!” ฉันหน้าแดงแล้วพยายามปัดมือเขาออก แต่จู่ๆ อีตาบ้านั่นก็นึกคึกและกดฉันลงกับเตียงนุ่มๆ
“เก้าแหละ”
“กายแหละ”
“เก้าแหละ”
“กายแหละๆๆๆ” ฉันพูดรัวๆ จนแทนกายยกธงขาวยอมแพ้และหัวเราะหึหึ ฉันกลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคอเมื่อเห็นท่าทีที่ไม่ต่างอะไรจากหมาป่าพิฆาตเหยื่อของคนตรงหน้า และมันก็เป็นแบบที่ฉันคิด...
“งั้นเราสองคนทะลึ่งเหมือนกัน... มาทะลึ่งกันอีกรอบมั้ย?”
อะ อะไรนะ! ฉันเบิกตาโพลงแล้วพยายามขยับหนีเมื่ออีตาบ้านี่เริ่มไต่แตะปลายนิ้วเข้ามาที่ไหล่ของฉันและปลดกระดุมเสื้อออกทีละเม็ดเผยให้เห็นร่องอกขาวเนียนจนหน้าฉันเห่อร้อนขึ้นมา
“คราวนี้ถอดหมดนะ... นะคะ”
“...”
ตึก ตัก ตึก ตัก
ให้ตาย ฉันพูดอะไรออกไปไม่ได้สักนิดแทนกายยังคงสาละวนกับการค่อยๆ ปลดเปลื้องผ้าฉันออกทีละชิ้น ทีละชิ้นพร้อมกับกลั่นแกล้งฉันให้ปั่นป่วนเล่นๆ ด้วยประโยคที่ว่า...
“เก้าไม่ได้นอนง่ายๆ หรอก วันนี้เก้าทำกายร้องไห้ เก้าต้องชดใช้สิ”
“...” ฉันกลืนน้ำลายลงคออีกครั้งเมื่อเขาลากไล้ปลายนิ้วลงต่ำกว่าจุดที่ควรจะเป็น นัยน์ตาสีน้ำตาลของคนตรงหน้าฉายแววชั่วร้ายปนเจ้าเล่ห์เพทุบาย แรงเสียดสีระหว่างแผ่นอกทำให้เกิดปฏิกิริยาแปลกๆ ระหว่างเราเกิดขึ้นอีกครั้ง แต่ก่อนที่ทุกอย่างจะฉายวนซ้ำรอยเดิมฉันก็ต้องชะงักเมื่อแทนกายจุมพิตฉันที่ปลายคางไล้วนไปที่พวงแก้ม ก่อนจะกระซิบเสียงเบาแต่ทำเอาฉันแทบเป็นบ้า! ก็เขาน่ะ...
“ฉายาแทนกายหลายยกนี่ไม่ได้จับฉลากมานะ บอกเลย”
แทนกายหลายยกบ้าบออะไรของนายย่ะ กรี๊ดดดด!
ฮะ เฮียกายยยยยย 5555 แรดเอ๊ย อีแรดดดดด (ด่ามันค่ะด่ามัน 555+) คือเขียนแล้วเขินแป๊ป ไม่รู้จะพูดอะไร ขอดมยาดม ก๊าก คือนางเนียนเกินไปง่ะ เนียนได้โล่ มีแกล้งร้องไห้ด้วย!
มีตรงไหนควรแก้มั้ย บอกได้นะ คืออยากเขียนเอนซีฟรุ้งฟริ้ง แม่งกลายเป็นฟุ้งเฟ้อ 5555555+
ใครชอบ กดไลค์ กดเจิม แชร์นางในเด็กดีได้เลอ ไปเม้นในลิ้งนี้นะเบบี๋
http://my.dek-d.com/logokit/writer/viewlongc.php?id=1167619&chapter=17
ใครอยากเม้าส์มอย เรามารวมตัวกันแท็กในทวิตเพื่อนางกันเถอะ ขอคำนี้
#แทนกายหลายยก ฉันจะรอเธอที่หน้าทวิตเตอร์นะที่รัก กรี๊ดดดดด กรี๊ดดดดดด 555555+ >O<// ปอลอ. ติดตามผลงานอื่นๆได้ที่นี่ https://www.facebook.com/jennyrenger01